7สิ่งมหัศจรรย์ ของโลก
1. เมืองโบราณซีเชน อิตซา ของชนเผ่ามายา ในเขตยูคาทาน
เม็กซิโก
ชิเชน อิตซา ตั้งอยู่ที่คาบสมุทรยูคาทาน ประเทศเม็กซิโก เป็นเมืองศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของเผ่ามายา
ตัววิหารที่สร้างถวายแด่เทพเจ้าของชนเผ่ามายา
สร้างอยู่บนเนื้อที่กว่า 6.4 ตรารางกิโลเมตร
มีลักษณะเป็นปีระมิดเป็นชั้นลดหลั่นลงมา และมีบันไดอยู่ตรงกลาง บนยอดเป็นแท่นบูชา
สำหรับทำพิธีกรรมสังเวยแด่เทพเจ้าชนเผ่ามายาได้ชื่อว่าเป็นเผ่าที่มีความป่าเถื่อนในการบูชายันมนุษย์
แต่ก็ได้ชื่อว่ามีความเจริญทางภาษา
และความรู้ทางคณิตศาสตร์และดาราศาสตร์
โดยมีการสร้างปฏิทินมายาขึ้นโดยกำหนดให้ 1 ปี มี 18 เดือนและแต่ละเดือนมี 20 วัน
ดังนั้น 1 ปีของชาวมายาจึงมี 360
วันและมีการเพิ่มวันที่ไม่ขึ้นกับเดือนใดเข้าไปอีก 5 วัน
แม้จะมีความรู้ถึงเพียงนี้แต่พวกนี้กลับไม่ค้นพบการประดิษฐ์ล้อแต่อย่างใด
2. รูปปั้นพระเยซูคริสต์ หรือคริสต์ รีดีมเมอร์
บนยอดเขาในนครริโอ เดอ จาเนโร ของบราซิล
รูปปั้นพระเยซูคริสต์ ตั้งอยู่บนยอดเขาโคคาวาดู ( Cocarvado ) กรุงริโอ
เดอ จาเนโร ( Rio de Janero ) ประเทศบราซิล มีความสูงราว 38
เมตร สร้างในปีค.ศ. 1921
ได้รับการออกแบบโดยไฮตอร์ ดา ซิลวา กอสตา( Heitor da Silva Costa ) ชาวบราซิล และสร้างโดยพอล ลันดอฟสกี ( Paul Landowski )
ประติมากรชาวฝรั่งเศสเชื้อสายโปแลนด์ ใช้เวลาในการสร้าง 5 ปี
โดยทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 ตุลาคม 1926
ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปยังฐานของรูปปั้นเพื่อชมทิวทัศน์ของเมืองริโอ
เดอ จาเนโรได้
3.กำแพงเมืองจีน (ติดโผครั้งที่ 2 จากยุคกลาง)
กำแพงเมืองจีน หรือ กำแพงหมื่นลี้
สร้างในสมัยของพระเจ้าจิ๋นซีฮ่องเต้ เพื่อป้องกันการรุกรานจากพวกมองโกล
และพวกเติร์ก และได้มีการสร้างกำแพงต่ออีก 4 ครั้งใหญ่ๆโดยส่วนใหญ่ถูกสร้างในสมัยราชวงศ์หมิง
แต่ก็ถูเผ่าเร่ร่อนจากมองโกเลียและแมนจูเรียบุกข้ามกำแพงเมืองจีนได้สำเร็จ
กำแพงเมืองจีนเป็นกำแพงที่กั้นระหว่างพรมแดนจีนกับธิเบต
มีความสูงจากพื้นดิน 20 - 30 ฟุต กว้าง 15 - 20 ฟุต
ยาวประมาณ 2,400 กิโลเมตร
กำแพงก่อด้วยดิน หินและอิฐ โดยทุกๆ 200 เมตรจะมีหอตรวจการอยู่
และมีระฆังแขวนอยู่ทุกหอรวมไม่ตำกว่า 20,000 หอ
ระหว่างการก่อสร้างมีผู้เสียชีวิตนับหมื่นคนและศพของผู้เสียชีวิตก็ถูกผังอยู่ในกำแพงนั่นเอง กำแพงเมืองจีนเป็นสิ่งก่อสร้างสิ่งเดียวของมนุษย์
ที่สามารถมองเห็นได้จากดวงจันทร์ ปัจจุบันกำแพงเมืองจีนส่วนที่เหลืออยู่สร้างในสมัยราชวงศ์หมิงทั้งสิ้น
กำแพงเมืองจีนถูกจัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลางด้วย
Machu Picchu, Peru
4. เมืองโบราณมาชูปิกชู ของชนเผ่าอินคา ในเปรู
มาชู พิคชู หรือนครสาบสูญแห่งอินคา ( The Lost City of the Incas ) เป็นเมืองโบราณที่ตั้งอยู่บนภูเขาในประเทศเปรู
อยู่สูงจากระดับนำทะเลถึง 2,350 เมตร มาชู
พิคชูสร้างโดยจักรวรรดิ์อินคา และถูกทิ้งร่างเมื่ออินคาพ่ายแพ้แก่ชาวสเปน
จนกระทั่งถูกค้นพบโดยนักสำรวจชาวอเมริกันชื่อ ฮิราม บิงแฮม ( Hiram Bingham ) ในปีค.ศ.
1911
Petra, Jordan
5. เมืองโบราณเพตรา ในจอร์แดน
นครเพตรา เป็นนครที่แกะสลักลงบนหุบเขาใกล้ทะเลสาบเดดซี( Dead sea ) และอ่าวอัคบา
( Gulf of Aqaba ) เมืองเพตราถูกสร้างโดยชาวบานาเทียน ( Nabataeans
)
ซึ่งเป็นชนเผ่าเร่ร่อนกลางทะเลทรายอาหรับ
ซึ่งได้สกัดหน้าผาหินทรายให้เป็นบ้านเรือนสำหรับพักอาศัย
และได้เปลี่ยนจากอาชีพเลี้ยงแกะมาเป็นพ่อค้า
และรับคุ้มครองกองคาราวาน
ทำให้เพตราเป็นศูนย์กลางการค้าขนาดใหญ่มีพ่อค้าชาวกรีกได้อธิบายถึงความมั่งคั่งของเพตราว่าเป็นตลาดที่สำคัญที่สุดของชาวอาหรับ
เปตราเจริญถึงขีดสูงสุดในช่วง 50 ปีก่อนคริสตกาล จนถึงคริสตศักราชที่
70 ในช่วงเวลานี้เปตราถูกปกครองด้วยกษัตริย์นาม อารีตัสที่ 4 ( Aretas IV )
ผู้ที่ชาวกรีกยกย่องว่า ฟิโลเดมอส ( Philodemos ) ซึ่งแปลว่า
ผู้รักประชาชน
เพตราเริ่มเสียอำนาจเมื่อมีเส้นทางการค้าที่สะดวกและปลอดภัยกว่าเกิดขึ้น
จนกระทั่งปีค.ศ. 106 เพตราถูกผนวกเข้ากับอาณาจักรโรมัน
จนคริสตศตวรรษที่ 5 เพตรากลายเป็นที่ตั้งของมณฑลของบิชอบ
และถูกมุสลิมยึดครองในครสตศตวรรษที่ 7 และค่อยๆเสื่อมลงจนหายไปจากประวัติศาสตร์
จนกระทั่งถูกค้นพบโดย
นักสำรวจชาวสวิตเซอร์แลนด์ โจฮันน์ ลุควิก เบิร์กฮาร์ท ( Johann Ludwig Burckhardt ) ในปีค.ศ. 1812 เพตราจึงได้ปรากฏโฉมต่อชาวโลกอีกครั้ง

The Roman Colloseum, Italy (ติดโผครั้งที่ 2
จากยุคกลาง)
6. สนามกีฬาโคลอสเซียมในกรุงโรมของอิตาลี
โคลอสเซียม เป็นสนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ในกรุงโรม
สร้างในสมัยจักรพรรดิ์เวสปาเชียน ( Emperor Vespasian )
แห่งอาณาจักรโรมันและสร้างเสร็จในสมัยของจักรพรรดิไตตัส ( Titus ) ในคริสตศตวรรษที่
1 โคลอสเซียมมีลักษณะเป็นอัฒจันทร์รูปวงกลมก่อด้วยหินทรายและอิฐวัดโดยรอบประมาณ
527 เมตร สูง 57 เมตร จุคนได้ประมาณ 80,000
คน
มีห้องสำหรับขังทาส นักโทษ และสัตว์ดุร้าย เช่น สิงโต เสือ
โดยจะให้ทาสสู้กันเองจนกว่าจะเหลือผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว
จึงจะได้รับอิสระภาพ หรือ
ให้นักโทษสู้กับสิงโตที่หิวโซเนื่องจากถูกจับอดอาหาร
ในแต่ละปีมีนักโทษและทาสตายไม่ต่ำกว่า 100 คน
โคลอสเซียมถูกจัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลางด้วย
7. ทัชมาฮาล ในเมืองอักรา ประเทศอินเดีย
ทัชมาฮาล สร้างโดยจักรพรรดิ์ชาห์
เจฮัน ( Emperor
Shah Jahan ) เพื่อเป็นอนุสรณืแห่งความรักแด่พระมเหสีมุมทัช มาฮาล (
Mumtaz Mahal )
ทัชมาฮาลสร้างขึ้นระหว่างสร้างระหว่าง
ค.ศ.1630-1648
ณ สวนริมผั่งแม่นำยมนา เมืองอัครา ออกแบบโดยอุสตาด ไอสา (Ustad
lsa)
สร้างด้วยหินอ่อนสีขาวจากเมืองมะครานา
หินอ่อนสีแดงจากเมืองฟาตีบุระ หินอ่อนสีเหลืองจากฝั่งแม่น้ำนรภัทฑ์
เพชรตาแมวจากกรุงแบกแดด ปะการัง
และ หอยมุกจากมหาสมุทรอินเดีย
หินเจียระไนสีฟ้าจากเกาะลังขะ เพชรจากเมืองบนทลขัณฑ์
ทัชมาฮาลได้รับการรับรองจากสถาปิกทั่วโลกว่าสร้างได้ถูกสัดส่วน
และงดงามที่สุด กว้างยาวด้านละ 100 เมตร ตรงกลางมีโดมสูง 60 เมตร
มีหอสูงมีโดมอยู่บนรอบทั้ง 4 มุม
ภายใต้โดมใหญ่มีโลงหินอ่อนประดับด้วยอัญมณีมากมายบรรจุอยู่
แต่โลงพระศพจริงๆอยู่ในอุโมงค์ข้างใต้โลงหินนั้น
เดิมชาห์
เจฮันตั้งพระทัยจะสร้างสุสานสำหรับพระองค์เองที่อีกฝั่งของแม่น้ำยมนา
โดยสร้างให้เหมือนกับทัชมาฮาลแต่สร้างด้วยหินอ่อนสีดำ
แต่ถูกพระโอรสจับพระองค์ขังอยู่ 7 ปีจึงสิ้นพระชนม์
และพระศพของพรองค์ถูกฝังอยู่เคียงข้างมิ่งมเหสีสุดที่รักนั่นเอง
ส่วนอุสตาด
ไอสาสถาปนิกผู้ออกแบบก็ถูกชาห์
เจฮันสั่งประหารเนื่องจากไม่ต้องการให้ออกแบบสถาปัตยกรรมใดๆที่สวยกว่าทัชมาฮาลได้
เป็นผู้ร่วมโหวตในอินเตอร์เน็ต ผ่านทางเว็บไซต์www.new7wonders.com และผ่านระบบข้อความสั้น
หรือเอสเอ็มเอสของโทรศัพท์ มือถือ อย่างไรก็ดี
ฝ่ายผู้จัดยอมรับว่าไม่ได้หาวิธีป้องกันการโหวตสนับสนุนสถานที่ที่ชื่นชอบมากกว่าหนึ่งครั้งของประชาชนไว้รองรับ
และอ้างว่ามีผู้ร่วมโหวตจากทุกประเทศในโลก
กลุ่มสถานที่สำคัญที่ติดรายชื่อรอบสุดท้าย แต่
ไม่ได้รับเลือก
มีอาทิ ปราสาทหินนครวัดในกัมพูชา หอไอเฟล
ในฝรั่งเศส สโตนเฮนจ์ ในอังกฤษ และวัดคิโยมิสึ วัดเก่าแก่ในญี่ปุ่น เป็นต้น
ขอขอบคุณ
ขอขอบคุณ






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น